no follow tag - footprint

การใช้ No follow ในข้อความที่เป็นลิงค์

“Nofollow” เป็นวิธีสำหรับผู้ดูแลเว็บในการบอกเครื่องมือค้นหาว่า “ไม่ติดตามลิงก์ในหน้าเว็บนี้” หรือ “ไม่ติดตามเฉพาะลิงก์นี้”

เริ่มแรก แอตทริบิวต์ nofollow ปรากฏในเมตาแท็กระดับหน้า และบอกเครื่องมือค้นหาไม่ให้ติดตาม (เช่น รวบรวมข้อมูล) ลิงก์ใดๆ ที่เชื่อมโยงไปภายนอกหน้าดังกล่าว

เช่น

 <meta name="robots" content="nofollow" />

เราจะใช้แท็ก nofollow ใส่ลงในลิงค์ใน text mode หลังจากที่ทำข้อความให้เป็นลิงค์ เพื่อบอก search engine ว่าไม่ต้องตามลิงค์นี้ไปนะ

<a href="signin.php" rel="nofollow">ลงชื่อเข้าใช้</a>

นโยบายของ Google และตัวอย่างของการใช้ nofollow จำนวนหนึ่งเป็นอย่างไร

ต่อไปนี้คือบางกรณีที่คุณอาจต้องการพิจารณาที่จะใช้ nofollow:

  • เนื้อหาที่เชื่อถือไม่ได้: หากคุณไม่สามารถหรือไม่ต้องการรับรองเนื้อหาของหน้าที่คุณลิงก์มาจากไซต์ของ คุณ ตัวอย่างเช่น ความคิดเห็นของผู้ใช้ที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือรายการในสมุดเยี่ยม คุณควรใช้ nofollow กับลิงก์เหล่านั้น ซึ่งเป็นการขัดขวางโปรแกรมส่งจดหมายขยะไม่ให้มีเป้าหมายมาที่ไซต์ของคุณ และจะช่วยป้องกันไซต์ของคุณจากการส่ง PageRank โดยไม่ได้ตั้งใจไปยังเพื่อนบ้านที่ไม่ดีบนเว็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักส่งสแปมความคิดเห็น อาจเลือกที่จะไม่กำหนดเป้าหมายระบบจัดการเนื้อหาเฉพาะ หรือบล็อกบริการหากเห็นว่าลิงก์ที่เชื่อมถือไม่ได้ในบริการนั้นเป็นแบบ nofollow หากต้องการชมเชยและตอบแทนผู้ร่วมเขียนข้อความที่เชื่อถือได้ คุณสามารถเลือกที่จะนำแอตทริบิวต์ nofollow ออกจากลิงก์ที่โพสต์โดยสมาชิกหรือผู้ใช้ที่มีการร่วมเขียนข้อความคุณภาพสูงตลอดเวลาที่ผ่านมาได้โดยอัตโนมัติหรือด้วยตนเอง
  • ลิงก์ที่มีการชำระเงิน: การจัดอันดับของไซต์ในผลการค้นหาของ Google ส่วนหนึ่งจะเป็นไปตามการวิเคราะห์ของไซต์ที่ลิงก์ไปยังไซต์ดังกล่าว เพื่อป้องกันมิให้ลิงก์ที่ชำระเงินมีอิทธิพลต่อผลการค้นหา และส่งผลกระทบทางลบกับผู้ใช้ เราจึงผลักดันให้ผู้ดูแลเว็บใช้ nofollow ในลิงก์ดังกล่าว หลักเกณฑ์เครื่องมือค้นหาต้องการให้มีการเปิดเผยลิงก์ที่ชำระเงินที่สามารถ อ่านได้โดยเครื่องมือแบบเดียวกับที่ผู้ใช้แบบออนไลน์และออฟไลน์ต้องการเปิด เผยความสัมพันธ์ของการชำระเงิน (ตัวอย่างเช่น โฆษณาในหนังสือพิมพ์แบบเต็มหน้าอาจมีการพาดหัวว่า “โฆษณา”)
  • การจัดลำดับความสำคัญของการรวบรวมข้อมูล: โรบ็อตของเครื่องมือค้นหาไม่สามารถลงชื่อเข้าใช้หรือลงทะเบียนเป็นสมาชิกในฟ อรัมของคุณได้ ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่จะเชิญ Googlebot ให้ติดตามลิงก์ “ลงทะเบียนที่นี่” หรือ “ลงชื่อเข้าใช้” การใช้ nofollow กับลิงก์เหล่านี้ทำให้ Googlebot สามารถรวบรวมข้อมูลหน้าอื่นๆ ที่คุณต้องการดูในดัชนีของ Google อย่างไรก็ตาม โครงสร้างข้อมูลที่แข็งแรง ซึ่งได้แก่ การนำทางโดยสัญชาตญาณ ผู้ใช้และ URL ที่เป็นมิตรกับเครื่องมือค้นหา และอื่นๆ – มีแนวโน้มที่จะใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิผลมากกว่าการมุ่งเน้นไปที่ ลำดับความสำคัญของการรวบรวมข้อมูลผ่านลิงก์แบบ nofollow

nofollow ทำงานกับ API กราฟทางสังคมอย่างไร (rel=”nofollow me”)

หากคุณโฮสต์โปรไฟล์ของผู้ใช้ และอนุญาตให้ผู้ใช้ลิงก์ไปยังโปรไฟล์อื่นๆ ในเว็บ เราขอสนับสนุนให้คุณทำเครื่องหมายลิงก์เหล่านี้ด้วย microformat rel=”me” เพื่อที่จะสามารถพร้อมใช้งานผ่าน API กราฟทางสังคม ตัวอย่างเช่น

<a href="http://blog.example.com" rel="me">บล็อกของฉัน</a>

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลิงก์เหล่านี้เป็นลิงก์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้น และบางครั้งอาจนำทางไปยังหน้าที่เชื่อถือไม่ได้ เราขอแนะนำให้ทำเครื่องหมายลิงก์เหล่านี้ด้วย nofollow เช่น

<a href="http://blog.example.com" rel="me nofollow">บล็อกของฉัน</a>

ด้วย rel="me nofollow" Google จะยังคงปฏิบัติต่อ rel="nofollow" ตามที่คาดไว้สำหรับวัตถุประสงค์ในการค้นหา เช่น การไม่โอน PageRank แต่สำหรับ API กราฟทางสังคม เราจะนับลิงก์ rel="me" แม้ในกรณีที่มี nofollow.

อย่างไรก็ตาม หากคุณสามารถยืนยันการเป็นเจ้าของลิงก์โดยใช้เทคโนโลยีการระบุตัวตน เช่น OpenID หรือ OAuth คุณสามารถเลือกที่จะนำลิงก์ nofollow ออกได้

เพื่อป้องกันการรวบรวมข้อมูลของ URL rel=”me nofollow” URL คุณสามารถใช้ robots.txt ทั้ง Googlebot และ API กราฟทางสังคมจะเคารพกฎการยกเว้น robots.txt มาตรฐาน

ที่มา : https://support.google.com/webmasters/

About the author